เนื่องจากความเห็นร่วมกันในการประชุมสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
ที่ประชุมได้มีมติให้สภาร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
ตัดข้อความว่าองค์กรอิสระตามกฎหมายกำหนดออก จากมาตรา 40 ซึ่งกำหนดให้มีองค์กรอิสระควบคุมหนังสือพิมพ์
แล้วให้นำไปบัญญัติไว้ในหมวด 5 ว่าด้วยหลักการพื้นฐานในการกำหนดนโยบายของรัฐ
เพราะสื่อมวลชนต้องการให้องค์กรนี้เป็นอิสระจริงๆ
ปราศจากการแทรกแซงของทางราชการและการเมืองในขณะที่สื่อมวลชนก็พร้อมที่จะ
ตั้งองค์กรขึ้นมาควบคุมกันเอง
สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่
7 พฤษภาคม 2540 ว่า มาตรา 40 ที่ระบุรับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญของพนักงานหรือ
ลูกจ้างเอกชนที่ประกอบกิจการด้านสื่อมวลชน รวมทั้งเจ้าพนักงานของรัฐ
โดยไม่ต้องขัดต่อจรรยาบรรณแห่งการประกอบวิชาชีพภายใต้การควบคุมของ “องค์กรอิสระตามที่กฎหมายบัญญัติ” นั้น
เป็นหลักการที่ดี แต่องค์กรอิสระตามที่กฎหมายบัญญัติดังกล่าว
จำเป็นต้องมีหลักประกันในความเป็นอิสระ
ภายใต้หลักการควบคุมกันเองของผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์
หรือวิชาชีพสื่อมวลชนอื่นๆ ที่จำเป็นจะต้องมีการพิจารณากันโดยละเอียดรอบคอบในขั้นของการออกกฎหมาย
ประกอบตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป
ในการประชุมสมาพันธ์ฯ เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม
2540 ที่ประชุมมีมติให้สภาร่างรัฐธรรมนูญตัดข้อความว่า
องค์กรอิสระตามกฎหมายกำหนดออกจากมาตรา 40 แล้วนำไปบัญญัติไว้ในหมวด
5 ว่าด้วยหลักการพื้นฐานในการกำหนดนโยบายของรัฐ
และในการประชุมเจ้าของ บรรณาธิการ และผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ เมื่อวันที่ 23
พฤษภาคม 2540 ที่ประชุมมีความเห็นชอบให้ตั้งคณะทำงาน
7 คน ได้แก่ นายสมหมาย ปาริจฉัตต์ นายวีระ ประทีปชัยกูร นายพนา จันทรวิโรจน์ นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี
นายวิทูร พึงประเสริฐ
นายวันชัย วงศ์มีชัย
และนายวรวิทย์
ศรีอนันตรักษา มีนายเรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์
เป็นที่ปรึกษา คณะทำงานชุดนี้มีหน้าที่สอบถามความต้องการของเจ้าของ บรรณาธิการ
ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ ถึงเรื่องให้องค์กรอิสระโดยไม่ต้องให้กฎหมายบังคับ
คณะทำงานชุดนี้ ทำงานในรูปของการฟังความคิดเห็นจากเจ้าของหนังสือพิมพ์
และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ว่าจะมีองค์กรอิสระควบคุมกันเองหรือไม่
และได้มีข้อสรุปให้จัดตั้งองค์กรอิสระขึ้น
โดยในขั้นแรกให้มีการจัดตั้งกรรมการยกร่างธรรมนูญ”สภาการหนังสือพิมพ์แห่ง
ชาติ”
สมาพันธ์ฯ ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม
2540 แต่งตั้งกรรมการยกร่างธรรมนูญสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
มีใจความว่า ตามที่ผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์
มีเจตนารมณ์ที่จะจัดตั้งองค์กรอิสระเพื่อควบคุมกันเองโดยสมัครใจ
เจ้าของและบรรณาธิการผู้มีอำนาจเต็มของหนังสือพิมพ์และสมาคมฯ
ผู้ประกอบวิชาชีพที่ชอบด้วยกฎหมายได้ให้ความเห็นชอบที่จะลงนามร่วมกันในวัน ที่ 4
กรกฎาคม 2540 เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบวิชาชีพทั้งมวลพร้อมที่จะดำเนินการควบคุมกัน
เอง เพื่อดำรงไว้ซึ่งหลักการพื้นฐานในเรื่องเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็น
อันเป็นหลักประกันความรับผิดชอบในการเสนอข่าวสาร และแสดงความคิดเห็นของผู้ประกอบวิชาชีพนี้
ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2540 เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฉบับภาษาไทย อังกฤษ 25
ฉบับ จากจำนวนทั้งสิ้น 32 ฉบับ
รวมทั้งองค์กรที่เกี่ยวข้องกับหนังสือพิมพ์ 10 องค์กร
ได้ร่วมกันลงนามในบันทึกเจตนารมณ์จัดตั้ง “สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ”
เพื่อเป็นองค์กรควบคุมกันเอง
และส่งเสริมเสรีภาพและความรับผิดชอบยกระดับผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์และ
กิจการหนังสือพิมพ์ให้ดียิ่งขึ้น โดยมีตัวแทนสถานทูตสหรัฐอเมริกา อินเดีย รัสเซีย
และสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศร่วมเป็นสักขีพยานด้วย
ต่อมาในวันที่ 4 สิงหาคม 2540 ที่สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ศ.นายแพทย์ประเวศ วะสี
ประธานคณะกรรมการยกร่างธรรมนูญสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
พร้อมด้วยคณะกรรมการยกร่างฯ
แถลงผลสำเร็จการยกร่างธรรมนูญสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติว่า คณะกรรมการยกร่างฯ
ได้ดำเนินการยกร่างธรรมนูญสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติขึ้นเป็นครั้งแรก
ตามเจตนารมณ์ของผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์
ซึ่งได้ลงนามในบันทึกร่วมกันเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2540
ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ศ.นพ.ประเวศ
แถลงว่า หลักการสำคัญของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติตามธรรมนูญดังกล่าว
เป็นไปเพื่อให้วงการหนังสือพิมพ์ได้ควบคุมดูแลกันเอง
ขณะเดียวกันเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกได้เข้ามาร่วมในคณะกรรมการสภาการหนังสือ พิมพ์ฯ
ดังกล่าวด้วย องค์ประกอบของกรรมการประกอบด้วย 4 ส่วน คือ
เจ้าของหรือผู้บริหารหรือผู้ประกอบการซึ่งเลือกกันเอง 5 คน
บรรณาธิการหรือตัวแทนผู้มีอำนาจจากกองบรรณาธิการซึ่งเลือกกันเอง 5 คน
ผู้ปฏิบัติงานหนังสือพิมพ์ซึ่งเลือกโดยสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศ ไทย 4
คน ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาอาชีพต่างๆ อีก 7 คน
ในจำนวนนี้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีอาวุโสและประสบการสูงด้านหนังสือพิมพ์ซึ่ง
ไม่สังกัดหนังสือพิมพ์ใด2คน
อีกหลักการหนึ่งที่สำคัญในการควบคุมกันเองของสภาการหนังสือพิมพ์ฯ
กำหนดไว้ในหมวดความรับผิดชอบทางจริยธรรม
เมื่อคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยว่าสมาชิกหรือผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ใน
สังกัดสมาชิกละเมิดหรือประพฤติผิดจริยธรรมแห่งวิชาชีพ
ก็จะแจ้งให้หนังสือพิมพ์ฉบับที่ถูกร้องเรียนลงตีพิมพ์คำวินิจฉัยดังกล่าวภาย ใน 7 วัน
และอาจแจ้งให้หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นตีพิมพ์ข้อความคำขอโทษผู้เสียหาย
ส่วนกรณีมีผู้ถูกร้องว่าประพฤติผิดจริยธรรมสภาการหนังสือพิมพ์ฯ
จะแจ้งไปยังต้นสังกัดเพื่อดำเนินการลงโทษแล้วแจ้งผลให้สภาการหนังสือพิมพ์ฯ
ทราบโดยเร็ว ในการนี้สภาอาจเผยแพร่คำวินิจฉัยต่อสาธารณะได้
คณะกรรมการยกร่างธรรมนูญสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติจะยกร่างข้อบังคับต่างๆ
เพื่อให้มีการเลือกกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติขึ้นเป็นคณะแรกภายใน ระยะเวลา
120 วัน หลังจากนั้นสภาการหนังสือพิมพ์ฯ
จะดำเนินการเพื่อให้มีการควบคุมกันเองในหมู่ผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ ต่อไป
การเลือกตั้งกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
ในวันที่ 9 ตุลาคม 2540 นางบัญญัติ
ทัศนียะเวช
ประธานคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
พร้อมด้วยกรรมการคือ ศ.นพ.วิฑูรย์ อึ้งประพันธ์ และนายสุวัฒน์ ทองธนากุล
ได้จัดการเลือกตั้งคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติชุดแรกตามธรรมนูญ
สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ข้อ 9 ซึ่งคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติจะมีด้วยกันไม่เกิน
21 คน โดยจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการฯ ประเภท 1, 2, และ 3 ก่อน จำนวน 14 คน
เพื่อไปดำเนินการเลือกตั้งกรรมการในประเภทที่ 4 อีกจำนวน 7
คน ให้ครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ โดยกรรมการทั้ง 3 ประเภท มาจากกลุ่มผู้ประกอบการหนังสือพิมพ์ไม่เกินกลุ่มละ1คน
ต่อมาในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2540 ได้มีการประชุมคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2540
โดยที่ประชุมได้มีการเลือกตั้งประธาน รองประธาน เลขาธิการ
และเหรัญญิกของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ซึ่งที่ประชุมมีมติเลือกให้นายมานิจ สุขสมจิตร
เป็นประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ นาย พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร
เป็นรองประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ คนที่ 1 ศ.นพ.วิฑูรย์ อึ้งประพันธ์
เป็นรองประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ คนที่ 2 นายสุวัฒน์ ทองธนากุล
เป็นเลขาธิการ และนางผุสดี
คีตวรนาฏ เป็นเหรัญญิก
นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีมติแต่งตั้งคณะทำงานประกอบด้วย
ประธาน รองประธาน เลขาธิการ และเหรัญญิก
ไปดำเนินการร่างนโยบายในการทำงานและศึกษาการร่างระเบียบข้อบังคับต่างๆ
ที่จำเป็นสำหรับการดำเนินงานของสภาการหนังสือพิมพ์ฯ เช่น
ข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์
ข้อบังคับว่าด้วยการรับและพิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์ ฯลฯ
เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ในวันที่ 22 สิงหาคม
2540
ในการประชุมนี้ นอกจากจะมีผู้แทนจากเจ้าของ บรรณาธิการ
และผู้ปฏิบัติงานหนังสือพิมพ์แล้ว ยังมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมประชุมด้วย
ได้แก่ ดร.คณิต ณ นคร
อดีตอัยการสูงสุด นายทองใบ
ทองเปาด์ ทนายความแมกไซไซ ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ
เลขาธิการสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ศ.นพ.วิฑูรย์ อึ้งประพันธ์
ที่ปรึกษาแพทยสภา ดร.เกษม
ศิริสัมพันธ์ นางบัญญัติ ทัศนียะเวช อดีตนายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย
และนายบัณฑูร ล่ำซำ
กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกสิกรไทย
ล่าสุด สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
ได้อนุมัติข้อบังคับจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์จำนวน 30 ข้อ
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2541 และเริ่มเปิดรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนและผู้เสียหายอย่างเป็นทางการ
และเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 ก็ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการรับเรื่องราวร้องทุกข์เพื่อพิจารณากลั่น
กรองเรื่องร้องทุกข์จากประชาชน และองค์กรที่เกี่ยวข้อง
โดยมีนักวิชาการและผู้แทนองค์กรเอกชนทางด้านสิทธิมนุษยชนเข้าร่วมเป็น กรรมการด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น